รัฐบาลเชิญชวนประชาชนเข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศ ด้วยความสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์

07-11-2560

รัฐบาลเชิญชวนประชาชนเข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศ ด้วยความสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์

   พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเชิญชวนประชาชนเข้าชมนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 ณ ท้องสนามหลวง ตั้งแต่เวลา 07.00 - 22.00 น. เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย พร้อมกับศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริ และพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า โดยในช่วงที่ผ่านมาพบว่าการเข้าชมนิทรรศการและพระเมรุมาศโดยรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยรัฐบาลอยากให้นิทรรศการครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่อยู่ในความทรงจำอันน่าประทับใจของประชาชน จึงไม่ต้องการกำหนดกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดมากเกินไป แต่พบว่า มีผู้เข้าชมบางส่วนอาจแสดงกิริยาไม่สำรวมหรือจับต้องสิ่งของที่จัดแสดง ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายวัตถุต่าง ๆ ได้ เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องจัดระเบียบการเข้าชม เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

   สำหรับผู้ที่จะเข้าชมพระเมรุมาศจะต้องเดินผ่านจุดคัดกรองที่มีอยู่ 5 จุด ได้แก่ บริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ / ท่าช้าง / หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และด้านหลังกระทรวงกลาโหม เพื่อเข้าสู่เต้นท์พักคอยที่จัดไว้รองรับ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะแบ่งประชาชนออกเป็นชุด ๆ โดยให้เข้าชมชุดละ 45 – 60 นาที เริ่มเดินวนด้านซ้ายตลอดองค์พระเมรุมาศเพื่อเข้าชมนิทรรศการในศาลาลูกขุน แล้วเข้าชมพระที่นั่งทรงธรรม ก่อนเดินผ่านด้านหลังพระที่นั่งออกไปที่ท้องสนามหลวงด้านทิศใต้ฝั่งตรงข้ามศาลหลักเมือง ซึ่งทุกคนสามารถชมนิทรรศการได้อย่างครบถ้วน

   ทั้งนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากให้พี่น้องประชาชนที่จะเข้าชมนิทรรศการปฏิบัติตามระเบียบและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเหมาะสม ทั้งการแต่งกายที่สุภาพ การแสดงกิริยาอาการที่สำรวม ไม่จับต้องสิ่งของที่จัดแสดง และอยากให้คนไทยใช้โอกาสนี้เก็บเกี่ยวความรู้เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย และสิ่งที่พระองค์ท่านได้ทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน ตลอดจนแนวคิดและการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมไทยที่วิจิตรงดงาม ซึ่งได้สืบทอดเป็นมรดกแก่ลูกหลานมาจนถึงปัจจุบัน