กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แจงโครงการบิ๊กร็อกกว่า 3,200 ล้านบาท

13-03-2561

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แจงโครงการบิ๊กร็อกกว่า 3,200 ล้านบาท

   ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า จากการที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบบิ๊กร็อก (Big Rock) เพื่อส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจภายในประเทศ จำนวน 3,292.38 ล้านบาท ให้กับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านการดำเนินงานใน 14 โครงการ เพื่อตอบโจทย์ในเรื่องของวิทย์แก้จน วิทย์สร้างคนและวิทย์เสริมแกร่ง ล่าสุดได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาขับเคลื่อน โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร. วีระพงษ์ แพสุวรรณ อดีตปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธาน เน้นการดำเนินโครงการด้วยความโปร่งใสมากที่สุด เนื่องจากมีเวลาจำกัดซึ่งจะต้องจัดซื้อจัดจ้างให้แล้วเสร็จในเดือนกันยายนนี้ หลังจากนั้นจะมีการลงในรายละเอียดในแต่ละโครงการ กำหนดตัวชี้วัด ที่จะต้องทำให้แล้วเสร็จและเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ภายใน 6 เดือนหรือ 1 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ถือว่างบประมาณบิ๊กร็อก เป็นแค่จุดเริ่มต้น เป็นหัวเชื้อในการเปลี่ยนแปลงในการนำเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปขับเคลื่อนไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งหากโครงการบิ๊กร็อกประสบความสำเร็จ จะมีการนำทั้ง 14 โครงการ ไปขยายผลต่อกับงบประมาณปี 2561 ที่มีอยู่ และเป็นตัวกำหนดทิศทางในการของบประมาณในปี 2562 ต่อไป

   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวต่อไปว่า สำหรับบิ๊กร็อก ทั้ง 14 โครงการ มีโครงการที่สำคัญ ๆ เช่น การนำวิทยาศาสตร์ไปช่วยแก้ปัญหาความยากจน ที่ได้รับงบประมาณ ราว 500 ล้านบาทนั้น จะมีโครงการยกระดับโอทอปใน 10 จังหวัดที่ยากจนที่สุดในประเทศ คือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ น่าน นครพนม นราธิวาส ปัตตานี ชัยนาท ตาก และ อำนาจเจริญ ที่จะเข้าไปสนับสนุนโอทอปในทุกกลุ่ม และมีเครือข่ายพันธมิตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทประชารัฐรักสามัคคี ซึ่งอยู่ในโครงการสานพลังประชารัฐ จะทำหน้าที่มาช่วยดูในด้านการตลาด มีกรมพัฒนาชุมชน มาชี้เป้าถึงปัญหาต่าง ๆ ของโอทอปในแต่ละพื้นที่

 

   ทั้งนี้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)และกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) จะเข้ารับโจทย์ปัญหาและนำเทคโนโลยีรวมถึงระบบบริหารจัดการลงไปช่วย ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ และไม่ได้มองในเรื่องของเทคโนโลยีเป็นหลัก เพราะในเรื่องของการแก้ไขปัญหาความยากจนนั้น เรื่องรายได้จะต้องเป็นตัวนำ ซึ่งรายได้จะมาจากตลาด

   ส่วนโครงการหนึ่งอำเภอ หนึ่งนวัตกรรมเกษตร จะทำใน 878 อำเภอ โดยให้แต่ละตำบลแต่ละอำเภอ มีโอกาสที่จะนำเสนอนวัตกรรมของตนเอง ซึ่งเป็นความต้องการของพื้นที่ จากนั้นกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปตอบโจทย์ โดยมีเป้าหมายเปลี่ยนเกษตรกรในประเทศ 40,000 ราย กลุ่มเกษตรกร 2,000 กลุ่ม ให้เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือสมาร์ทฟาร์มเมอร์

   นอกจากนี้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะเน้นการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่งจะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องจากโครงการบิ๊กร็อก โดยใช้เทคโนโลยีบิ๊กดาต้า เก็บรวบรวมข้อมูล ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร การทำฟาร์ม การคาดการณ์ผลผลิตล่วงหน้าและการวิเคราะห์ข้อมูลการเกษตร โดยจะจัดทำเป็น แอพพลิเคชั่นเพื่อให้เกษตรได้ใช้งาน คาดว่าในเวลา 3 ปีข้างหน้า จะช่วยแก้ปัญหาและทำให้เรื่องความยากจนของประเทศลดลงร้อยละ 40-50

   สำหรับโครงการบิ๊กร็อก ยังมีโครงการที่น่าสนใจอื่นๆอีก เช่น โครงการธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติเพื่ออนุรักษ์ วิจัย และใช้ประโยชน์ (National Biobank) วงเงิน 760 ล้านบาท, โครงการจัดตั้งโรงงานผลิตพืช 169.5 ล้านบาท, โครงการโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม ฯ วงเงิน 189.5 ล้านบาท, โครงการจัตุรัสวิทยาศาสตร์ในเมืองใหญ่ ใน 3 ภูมิภาค วงเงิน 102.5 ล้านบาท, และโครงการขยายผลงานวิจัย เดนตี้สแกนอุตสาหกรรมเครื่องมือการแพทย์ วงเงิน 547.38 ล้านบาท