กรมสุขภาพจิต ใช้เทคนิคเสริมสร้างแรงจูงใจ บำบัดรักษาโรคติดพนัน เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรม

09-07-2561

กรมสุขภาพจิต ใช้เทคนิคเสริมสร้างแรงจูงใจ บำบัดรักษาโรคติดพนัน เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรม

   นาวาอากาศตรี นายแพทย์บุญเรือง ไตรเรือวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า มาตรการดูแลช่วยเหลือครอบครัวและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากการพนันบอลโลกประจำปี 2561 ทางกรมสุขภาพจิต ได้ให้โรงพยาบาลจิตเวชในสังกัด 19 แห่งใน 13 จังหวัด คือที่ กทม.4 แห่ง เชียงใหม่ 2 แห่ง ขอนแก่น 2 แห่ง สุราษฎร์ธานี 2 แห่ง นครสวรรค์ เลย นครพนม อุบลราชธานี นครราชสีมา นนทบุรี สมุทรปราการ สระแก้ว และสงขลา เปิดคลินิกบำบัดรักษาผู้ที่ติดพนันบอลที่แผนกผู้ป่วยนอก และให้บริการปรึกษาทางสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง และปรึกษาทางระบบออนไลน์ คือ เฟซบุ๊ก สายด่วนสุขภาพจิต 1323

   อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อไปว่า การพนันเป็นเกมที่ยั่วยุให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกได้มาก ไม่ว่าผู้เล่นจะอยู่ในสถานการณ์ได้หรือเสีย จะทำให้เกิดการเสพติดได้ง่าย ในการบำบัดรักษาผู้ที่ติดพนันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ กรมสุขภาพจิตได้ใช้เทคนิคที่เรียกว่า การบำบัดแบบเสริมสร้างแรงจูงใจ โดยใช้กระบวนการทางจิตวิทยา ควบคู่กับการใช้ยา หัวใจหลัก จะเน้นการกระตุ้นให้ผู้รับการบำบัด ค้นหาเป้าหมายหรือแรงจูงใจภายในตนเอง เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เช่น การพูดคุยถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเล่นการพนัน หรือผลดีที่จะเกิดขึ้นหากเลิกเล่นพนันได้ พร้อมทั้ง สนับสนุนให้เกิดความเชื่อมั่นว่าสามารถเปลี่ยนแปลงตนเองได้ โดยบำบัดทั้งหมด 4 ครั้ง ใช้เวลาครั้งละ 45 - 50 นาที ทั้งนี้ หากผู้รับการบำบัดได้รับกำลังใจจากครอบครัว หรือ คนรอบข้างด้วย ก็จะเป็นแรงหนุนสำคัญทำให้ผลการรักษาได้ผลดี สามารถเลิกเล่นการพนันได้สำเร็จ และเร็วยิ่งขึ้น

   ด้าน แพทย์หญิงรัชนี ฉลองเกื้อกูล ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรุงเทพฯ กล่าวว่า สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ได้เปิดคลินิกเลิกพนันตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา มีผู้รับบริการ 30 คน ส่วนใหญ่อายุ 30 - 39 ปี อาการติดพนันที่พบมากที่สุด 3 อาการ ได้แก่ มีความล้มเหลวในความพยายามที่จะควบคุมหรือเลิกเล่นการพนัน /มักจะกลับไปเล่นแก้มือเพื่อหวังเอาเงิน ที่เสียไปคืน และมีการใช้เงินเล่นการพนันต่อครั้งเพิ่มมากขึ้น เพื่อจะทำให้เกิดความตื่นเต้นเร้าใจเท่าเดิมโดยหลังจากได้รับการบำบัดฟื้นฟูแล้ว พบว่าได้ผลดี มีการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม จำนวนวัน และจำนวนเงินที่เล่นการพนันลดลง ความเครียดลดลง และมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

   แพทย์หญิงรัชนี กล่าวต่อไปว่า ในการป้องกันโรคติดการพนันโดยเฉพาะการพนันฟุตบอล มีข้อแนะนำ 5 ประการดังนี้ ให้ตระหนักว่าฟุตบอลเป็นกีฬาที่ให้ความสนุกสนาน ควรหาโอกาสเล่นฟุตบอลจริงๆ โดยเฉพาะเยาวชน จะได้รู้สึกถึงความสนุกสนานเพลิดเพลินจากการเล่นฟุตบอลจริงๆ และพยายามจะ เอาชนะจากการเล่นเกมจริง แทนความรู้สึกสนุกจากการชมและอยากเอาชนะด้วยการพนันบอล /ควรใช้ทักษะในการปฏิเสธพร้อมทั้งเดินหนีออกจากสถานการณ์เมื่อถูกชักชวนให้เล่นพนัน /หลีกเลี่ยงคบค้าการสมาคมกับผู้ที่เล่นการพนันฟุตบอล / ไม่ทดลองเล่นการพนัน ไม่ว่าจะได้หรือเสีย เพราะจะมีส่วนกระตุ้นการหลั่งของสารสื่อประสาท โดปามีน อาจทำให้รู้สึกสนุกอิ่มเอมขณะเล่น ขณะเดียวกันอาจรู้สึกตึงเครียด และอยากเพิ่มปริมาณการเล่นมากยิ่งขึ้น และหลีกเลี่ยงสิ่งยั่วยุต่างๆที่จะทำให้รู้สึกอยากจะเล่นการพนัน โดยเฉพาะการวิเคราะห์ที่ชี้ให้เห็นแนวโน้มความน่าจะเป็นของการแพ้-ชนะ โดยหากอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เล่น การพนันด้วย ยิ่งเสี่ยงต่อการอยากลองเล่น รวมถึงการทำนายผลแพ้ชนะจากสื่อต่างๆ ก็มีส่วนยั่วยุให้เกิดการเล่นการพนันฟุตบอลได้เช่นกัน

   สำหรับโรคติดพนัน จะมีอาการปรากฏ 9 อาการ คือ คิดหมกมุ่นอยู่กับการเล่นพนันตลอดเวลา /เล่นพนันโดยเพิ่มจำนวนเงินขึ้นเรื่อยๆ /เล่นเสียเป็นหนี้ก็ยังเล่นต่อหวังว่าจะได้เงินคืน /ยอมทำสิ่งผิดกฎหมายเพื่อหาเงินมาใช้หนี้และเล่นพนัน / พูดปดปกปิดปัญหาที่ลุกลามจากการเล่นพนัน /มีปัญหากู้หนี้ยืมสินจน เสียหน้าที่การงาน /สูญเสียสัมพันธภาพกับคนในครอบครัวจากการเล่นพนัน /ใช้การพนันเป็นทางออกในการหนีปัญหา และล้มเหลวทุกครั้งที่คิดจะลด–ละ- เลิกการพนัน ทั้งนี้ จึงขอให้ประชาชนหรือเยาวชนตรวจสอบตนเอง หากมีความคิดและพฤติกรรมที่กล่าวมานี้ 2 ข้อขึ้นไป แสดงว่ามีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคติดพนัน ขอแนะนำให้รีบปรึกษาสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านหรือโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง