กรุงเทพมหานคร เร่งแก้ไขปรับปรุง พื้นที่เปลี่ยวเสี่ยงอันตราย 334 แห่ง

08-08-2561

กรุงเทพมหานคร เร่งแก้ไขปรับปรุง พื้นที่เปลี่ยวเสี่ยงอันตราย 334 แห่ง

   พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากนโยบายที่กรุงเทพมหานคร หรือ กทม.เร่งดำเนินการเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชนด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งส่วนหนึ่งคือการแก้ปัญหาพื้นที่จุดอับ รกร้าง ตามแนวทาการเปลี่ยนพื้นที่เปลี่ยวให้เป็นพื้นที่โปร่ง ปรับปรุงพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม สร้างความไม่ปลอดภัยในการสัญจรของประชาชนให้เป็นจุดที่สะอาด มีสภาพภูมิทัศน์เหมาะสม ตัดต้นตอความเสี่ยงอันตรายต่างๆ ซึ่งการพัฒนาพื้นที่ หากเป็นพื้นที่เอกชน จะต้องประสานเจ้าของพื้นที่ เพื่อล้อมรั้วปิดกั้น ไม่ให้กลายเป็นพื้นที่แหล่งมั่วสุม และกทม.เข้าดำเนินการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง กล้องวงจรปิดในส่วนทางสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนเดินสัญจรได้อย่างปลอดภัย ส่วนในพื้นที่สาธารณะ ในพื้นที่ใต้สะพาน พื้นที่โล่งกว้าง ที่เป็นที่รก และกลายเป็นพื้นที่เปลี่ยวเสี่ยงอันตราย มีประชาชนลักลอบนำขยะมาทิ้งต่างๆนั้น สำนักงานเขตพื้นที่จะต้องปรับปรุงให้พื้นที่ดังกล่าวใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งมีทั้งการปรับปรุงเป็นสวนหย่อม ลานเอนกประสงค์ ลานกีฬาต่างๆ

   พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง กล่าวเพิ่มเติมว่า จากที่สำนักงานเขตทั้ง 50เขต ได้ทำการสำรวจจุดเปลี่ยวอันตรายในพื้นที่ของตนเอง เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เกิดความปลอดภัยตามสภาพพื้นที่นั้น มีสภาพพื้นที่เปลี่ยวอันตรายรวม 334 แห่ง แบ่งเป็นพื้นที่ กลุ่มกรุงเทพกลาง มีพื้นที่เปลี่ยว 27 แห่ง ทำการปรับปรุงแก้ไขแล้ว 17แห่ง เหลือ อีก 10 แห่ง ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ / กลุ่มกรุงเทพใต้มีพื้นที่เปลี่ยว 78 แห่ง ทำการปรับปรุงแก้ไขแล้วทั้งหมด / กลุ่มกรุงเทพเหนือ มีพื้นที่เปลี่ยว 76 แห่ง ทำการปรับปรุงแก้ไขแล้วทั้งหมด / กลุ่มกรุงเทพตะวันออก มีพื้นที่เปลี่ยว 57 แห่ง ทำการปรับปรุงแก้ไขแล้วทั้งหมด / กลุ่มกรุงธนเหนือมีพื้นที่เปลี่ยว 39 แห่ง ทำการปรับปรุงแก้ไขแล้วทั้งหมด / และกลุ่มกรุงธนใต้ มีพื้นที่เปลี่ยว 57แห่ง ทำการปรับปรุงแก้ไขแล้วทั้งหมด สำหรับพื้นที่เปรี้ยวที่เหลืออีก 10 แห่งนั้น ตนได้สั่งการให้เขตพื้นที่เร่งการปรับปรุงแก้ไข ติดตั้งไฟส่องสว่าง ปรับพื้นที่ให้โล่งเตียน โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการให้สมบูรณ์ภายในวันที่ 10 สิงหาคม 2561 ซึ่งจะทำให้กรุงเทพมหานคร ไม่มีพื้นที่เปลี่ยวเสี่ยงอันตรายอีกต่อไป อีกทั้งยังได้กำชับให้ทุกพื้นที่ หมั่นกำหนดระยะเวลาดูแลปรับปรุงพื้นที่ตามวงรอบ เพื่อให้คงสภาพความปลอดภัยแก่ประชาชนมากที่สุด