วิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม "บุหรี่ไฟฟ้า"

28-09-2560

วิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม "บุหรี่ไฟฟ้า"

ในปี 2559 ประเทศไทยต้องสูญเสียประชากรมากถึง 52,000 คน หรือเฉลี่ยวันละ 142 คน จากพิษภัยที่มากับบุหรี่ ซึ่งเปรียบเทียบการสูญเสียประชากรจำนวน 6 คน ภายในเวลาเพียง 60 นาที

          แม้สังคมจะร่วมรณรงค์กิจกรรมที่สร้างความตระหนักในการงดสูบบุหรี่ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคสมัยปัจจุบันก็ยังมีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยที่หันไปใช้บุหรี่ไฟฟ้าแทนการสูบบุหรี่แบบมวนหรือการสูบยาเส้น 

ศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลให้ข้อมูลเกี่ยวกับภัยซ่อนเร้นที่แฝงมากับบุหรี่ไฟฟ้า ว่าเดิมทีบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้บำบัดนิโคตินสำหรับผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ ซึ่งเป็นวิธีบำบัดร่วมกับการรักษา เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าจะส่งนิโคตินเข้าร่างกายได้ดีกว่าการใช้หมากฝรั่งเลิกบุหรี่ ดังนั้นจึงจำกัดการใช้งานภายใต้การดูแลของแพทย์ซึ่งในบางประเทศผู้ที่ไม่รับการบำบัดจะไม่สามารถเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้

ในบุหรี่ไฟฟ้าจะมี 2 ส่วนประกอบ คือ ส่วนของแบตเตอรี่และส่วนน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีอันตรายถึง 95% เนื่องจากน้ำยาบุหรี่ในท้องตลาดส่วนใหญ่สกัดจากใบยาสูบ แม้จะสูบบุหรี่ไฟฟ้าแต่ร่างกายยังได้รับนิโคตินอยู่เหมือนเดิม แต่ต่างกันตรงที่บุหรี่ไฟฟ้าสามารถเพิ่มสารนิโคตินในการสูบแต่ละครั้งได้สูงกว่าบุหรี่ธรรมดา 3-10 เท่า ทั้งยังมีสารก่อมะเร็งหลายชนิด เช่น เบนซีน อะเซตตัลดีไฮด์ ไดเอทธิลีนไกลคอล สารไนโตรซามีน ที่สำคัญยังมีสารโลหะหนักที่เป็นพิษต่อร่างกายทั้งนิเกิลและโครเมียมที่มีพิษต่อปอด และแคดเมียมที่มีพิษต่อไต

          "บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้เป็นบุหรี่ที่ปลอดภัย แต่จะได้รับสารพิษมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับเทคนิคการสูบ วิธีสูบ ความแรงของแบตเตอรี่เผาไหม้ และการผสมสารแต่งกลิ่น เนื่องจากเมื่อสารแต่งกลิ่นถูกความร้อนเผาไหม้จะทำให้เกิดการปล่อยอนุภาคขนาดเล็กมาก (PM 2.5) หรือเล็กกว่าขนาดหมอกควันที่เกิดขึ้นทางภาคเหนือ และเกิดอนุภาคนาโนที่แทรกซึมไปก่อตัวอันตรายในอวัยวะต่างๆ ได้ทั่วร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเยื่อบุหลอดลมและถุงลม"

แม้ปัจจุบันประเทศไทยจะห้ามนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว แต่ยังคงพบเห็นการขายผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตและตลาดทั่วไป ดังนั้นถ้าอยากจะให้เกิดการควบคุมที่เห็นผล ไม่ว่าภาครัฐ เอกชน และประชาชน ต้องมีการทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง ไม่ผลักภาระให้ใครคนใดคนหนึ่ง เชื่อว่าจะเป็นการปกป้องคุ้มครองสุขภาพเด็กและเยาวชนไทยให้ห่างไกลจากบุหรี่ได้แน่นอน.