สพฐ. ชูการเรียนการสอนประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง เสริมพลังการเรียนรู้จากฐานวัฒนธรรมท้องถิ่น
- ข่าวการศึกษา
- สพฐ. ชูการเรียนการสอนประวัติศาสตร์และหน้...

วันที่ 27 ธันวาคม 2568 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาครูผู้สอนด้านการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง และพิธีเปิดงานมหกรรมการเรียนการสอนประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ภายใต้แนวคิด “ประวัติศาสตร์ ภูกามยาว ต้นทางล้านนา สร้างภูมิปัญญา มรดกทางวัฒนธรรม” จังหวัดพะเยา พร้อมด้วย นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหาร สพฐ. ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ หอประชุมโรงเรียนพะเยาพิทยาคม และวัดพระธาตุจอมทอง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา
นายพิเชฐ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการมีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยประวัติศาสตร์ไม่ใช่เพียงเรื่องราวในอดีต แต่เป็นกระจกเงาที่สะท้อนอัตลักษณ์ของสังคมไทย ทำให้รู้ว่าเราเป็นใคร มาจากไหน และจะก้าวไปสู่อนาคตอย่างไร ขณะที่หน้าที่พลเมืองไม่ใช่เพียงการท่องจำกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ หากแต่เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชนรู้จักสิทธิและหน้าที่ มีความรับผิดชอบต่อสังคม และสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างสันติสุข
นายพิเชฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงศึกษาธิการได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้ประกาศนโยบายการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาและการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 โดยงานที่จัดขึ้นในครั้งนี้ถือเป็นต้นแบบที่ยอดเยี่ยมในการเชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับการเรียนรู้ ซึ่งจังหวัดพะเยาได้นำเสนอแนวคิด Lanna Soft Power ผ่านอาหารท้องถิ่น งานหัตถกรรม และการแสดงพื้นบ้าน โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง ไม่เพียงช่วยให้เกิดความเข้าใจด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังสามารถต่อยอดสู่การสร้างอาชีพและรายได้ในปัจจุบันได้อีกด้วย ในส่วนของการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ได้จัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนให้สามารถจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองได้อย่างยืดหยุ่น สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และบูรณาการแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น ภูมิปัญญา และมรดกทางวัฒนธรรมมาใช้ในการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการเป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแก่ผู้เรียน ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 1,700 คน โดยภายในงานมีกิจกรรมการเสวนาวิชาการ การออกแบบการเรียนรู้แบบบูรณาการโดยใช้แหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นเป็นฐาน ตลอดจนการลงพื้นที่ศึกษาและถอดบทเรียน ณ วัดพระธาตุจอมทอง อำเภอเมืองพะเยา รวมถึงพิธีเปิดงานมหกรรมที่ยิ่งใหญ่ตระการตาด้วยการแสดงแสง สี เสียง เรื่อง “ภูกามยาว ต้นทางล้านนา สู่ภูมิปัญญา ใต้ร่มพระบารมี ในหลวงรัชกาลที่ 10” และการจัดนิทรรศการทางการศึกษาและวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัดพะเยาและพลังของการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับชุมชนอย่างมีชีวิตชีวา นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการเรียนการสอนประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองให้เกิดผลเป็นรูปธรรม