สกร. จับมือ JILAF (ญี่ปุ่น) ยกระดับการศึกษาบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย
- ข่าวการศึกษา
- สกร. จับมือ JILAF (ญี่ปุ่น) ยกระดับการศึ...
สกร. จับมือ JILAF (ญี่ปุ่น) ยกระดับการศึกษาบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย มุ่งพัฒนาหลักสูตรรู้หนังสือไทย สร้างโอกาสเรียนร่วมอย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม
2026-01-13 07:55:09

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เดินหน้าขยายโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม จับมือ Japan International Labour Foundation (JILAF) ติดตามและขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการจัดการศึกษาแก่บุคคลผู้ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์หรือไม่มีสัญชาติไทย โดยมุ่งพัฒนาการเรียนรู้ภาษาไทยและความเข้าใจวัฒนธรรมไทย เพื่อส่งเสริมการเรียนร่วมกับนักเรียนไทยอย่างมีความสุขและสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม
วันที่ 12 มกราคม 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ มอบหมายให้ นายโยฑิน สมโนนนท์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ พร้อมด้วยผู้แทนศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้กลุ่มเป้าหมายพิเศษ เข้าร่วมหารือกับผู้แทนมูลนิธิ JILAF ณ ห้องประชุมศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้กลุ่มเป้าหมายพิเศษ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อหารือและติดตามผลการดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสองหน่วยงาน
อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เปิดเผยว่า ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายสนับสนุนการเรียนรู้ภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยแก่บุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยหรือไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์ที่ติดตามผู้ปกครองเข้ามาทำงานในประเทศไทย เพื่อปูพื้นฐานให้สามารถเข้าเรียนร่วมกับนักเรียนไทยในระบบการศึกษาได้อย่างเหมาะสม อันจะนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ การสร้างความเข้าใจ และการพัฒนาความร่วมมือในสังคมพหุวัฒนธรรม
ที่ผ่านมา มูลนิธิ JILAF ได้ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ในพื้นที่เขตบางบอน ประเวศ และลาดกระบัง จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนภาษาไทยให้แก่กลุ่มเป้าหมาย โดยใช้หลักสูตรการรู้หนังสือไทย พ.ศ. 2557 ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ จำนวน 200 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม หลักสูตรดังกล่าวยังมีความท้าทายสำหรับผู้เรียนชาวต่างชาติ มูลนิธิ JILAF จึงมีความประสงค์พัฒนาสื่อการเรียนรู้ที่เข้าใจง่ายและเหมาะสมกับบริบทของผู้เรียนมากยิ่งขึ้น
ภายใต้กรอบความร่วมมือใน MOU ทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางการพัฒนาหลักสูตรการสอนภาษาไทยสำหรับเด็กข้ามชาติ การฝึกอบรมครูผู้สอน รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณจากมูลนิธิ JILAF โดยเนื่องจากใกล้สิ้นสุดปีงบประมาณของประเทศญี่ปุ่น จึงได้เร่งพิจารณาแนวทางการจัดทำสื่อการเรียนรู้พื้นฐานภาษาไทยที่สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม
ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางการพัฒนาสื่อการเรียนรู้เพื่อปูพื้นฐานภาษาไทยก่อนเข้าสู่หลักสูตรการรู้หนังสือไทย พ.ศ. 2557 จำนวน 2 แนวทาง ได้แก่
1. การใช้หรือปรับสื่อการเรียนรู้ของมูลนิธิ JILAF ที่พัฒนาร่วมกับมูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท
2. การนำหลักการหรือแนวทางจากหลักสูตรปรับพื้นฐานภาษาไทย 200 ชั่วโมง ของ สกร. จังหวัดเชียงใหม่ มาใช้ โดยหากประสงค์จะใช้หลักสูตรดังกล่าว ให้มูลนิธิ JILAF ทำหนังสือขออนุมัติอย่างเป็นทางการต่ออธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้
ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนสำหรับบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยหรือไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์อย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับหลักสูตรการเรียนรู้ภาษาไทยให้ครอบคลุมทุกช่วงวัย เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมไทยอย่างยั่งยืน