"รอง อธ.วัชรีวรรณ" ร่วมเวทีระดับชาติ พัฒนา “โจทย์วิจัยลดเหลื่อมล้ำการศึกษา”
- ข่าวการศึกษา
- "รอง อธ.วัชรีวรรณ" ร่วมเวทีระดับชาติ พัฒ...
"รอง อธ.วัชรีวรรณ" ร่วมเวทีระดับชาติ พัฒนา “โจทย์วิจัยลดเหลื่อมล้ำการศึกษา” ขับเคลื่อนระบบทรัพยากรสู่ความเสมอภาคอย่างเป็นรูปธรรม
2026-04-13 07:59:37

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดย ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ มอบหมายให้ ดร.วัชรีวรรณ กันเดช รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาโจทย์วิจัย “ระบบทรัพยากรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา” ณ ห้องประชุมสานพลัง ชั้น 12 สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดยมี ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการกำกับทิศทางสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการทบทวนและยืนยันกรอบแนวคิดของ “ระบบทรัพยากรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา” ให้มีความชัดเจน ครอบคลุมทั้งนิยาม สถานการณ์ปัญหา จุดมุ่งเน้นเชิงยุทธศาสตร์ จุดคานงัดสำคัญ ตลอดจนเป้าหมายระยะ 4 ปี และทิศทางการวิจัยในระยะต่อไป พร้อมทั้งร่วมกันพัฒนาและกลั่นกรองโจทย์วิจัยให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ข้อมูล และสามารถนำไปสู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบายได้อย่างเป็นรูปธรรม
ในเวทีดังกล่าว ที่ประชุมได้สะท้อนความท้าทายสำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง อาทิ การจัดสรรงบประมาณที่ยังขาดความยืดหยุ่น ความไม่สอดคล้องของทรัพยากรกับบริบทพื้นที่ รวมถึงความเหลื่อมล้ำระหว่างกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพและโอกาสทางการศึกษา
โอกาสนี้ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้นำเสนอแนวคิดสำคัญว่า การพัฒนาโจทย์วิจัยครั้งนี้ถือเป็น “กลไกเชิงระบบ” ที่จะช่วยวางรากฐานการจัดสรรและบริหารทรัพยากรทางการศึกษาให้เกิดความเป็นธรรมอย่างแท้จริง โดยจำเป็นต้องมุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านการจัดสรรทรัพยากร การบริหารจัดการ และการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาของกลุ่มเป้าหมาย
พร้อมเน้นย้ำว่า การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ไม่ใช่เพียงมิติทรัพยากร แต่ต้องครอบคลุมถึงระบบครู คุณภาพการจัดการศึกษา โอกาสในการเข้าถึง และบริบทของพื้นที่ โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กและพื้นที่ห่างไกล ซึ่งต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้หลักการ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”
นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ เพื่อลดช่องว่างทางการเรียนรู้ (Learning Gap) ควบคู่กับการพัฒนามาตรการจูงใจในการดึงดูดและรักษาครูที่มีคุณภาพในพื้นที่ขาดแคลน รวมถึงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อร่วมกันสนับสนุนทรัพยากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
การเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการขับเคลื่อนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประเทศ ที่มุ่งบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคีเครือข่าย เพื่อยกระดับระบบการเรียนรู้บนฐานข้อมูลและงานวิจัยสู่การปฏิบัติจริง อันจะนำไปสู่การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา และขยายโอกาสการเรียนรู้ให้กับประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงและยั่งยืน