“อธิบดีเกศทิพย์” เร่งเครื่องเปลี่ยนผ่านหลักสูตร สกร. ปี 67 ยกระดับฐานสมรรถนะ

“อธิบดีเกศทิพย์” เร่งเครื่องเปลี่ยนผ่านหลักสูตร สกร. ปี 67 ยกระดับฐานสมรรถนะ เคลียร์นักศึกษาค้างท่อให้จบระบบเดิมภายในปี 70
2026-05-06 08:19:12
img-news
วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นประธานการประชุมนัดพิเศษเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สู่หลักสูตรส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2567 ณ ห้องประชุมบรรจง ชูสกุลชาติ ชั้น 6 กรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยมี ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ ดร.วัชรีวรรณ กันเดช และนายโยฑิน สมโนนนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษาอธิบดี ผู้อำนวยการกอง กลุ่ม ศูนย์ และหน่วยงานส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
    ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านจากหลักสูตร 2551 ไปสู่หลักสูตร 2567 ถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปการเรียนรู้ของ สกร. เพราะหลักสูตรเดิมใช้มาเป็นระยะเวลานาน และส่งผลต่อผู้เรียนจำนวนมาก การปรับครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนหลักสูตร แต่เป็นการปรับกระบวนทัศน์การทำงานของทั้งระบบ จากการทำงานแบบตั้งรับไปสู่การทำงานเชิงรุก เพื่อให้ทุกส่วนงาน ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค จังหวัดนำร่อง และจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ ร่วมกันกำหนดทิศทางใหม่ของ สกร. อย่างเป็นรูปธรรม
   อธิบดี สกร. เน้นย้ำว่า ภารกิจเร่งด่วนในช่วงเปลี่ยนผ่าน คือการบริหารจัดการผู้เรียนในหลักสูตร 2551 หรือนักศึกษาค้างท่อ ให้สามารถดำเนินการได้อย่างชัดเจนและเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายให้หลักสูตร 2551 สิ้นสุดลงภายในปี 2570 ทั้งในกลุ่มผู้เรียนที่สามารถจบตามเกณฑ์เดิม และกลุ่มที่ยังไม่จบ ซึ่งจะต้องเข้าสู่กระบวนการถ่ายโอนหรือเทียบโอนผลการเรียนรู้เข้าสู่หลักสูตร 2567 ทั้งนี้ ระบบใหม่จะไม่ใช่เพียงการเทียบโอนรายวิชาเพื่อให้จบการศึกษาเท่านั้น แต่จะเป็นการนำผู้เรียนเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ใหม่ที่เข้มข้น มีคุณภาพ และตอบโจทย์ชีวิตมากยิ่งขึ้น
    สำหรับหลักสูตร 2567 มีจุดเปลี่ยนสำคัญจากหลักสูตรฐานมาตรฐานไปสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยหลักสูตร 2551 มุ่งเน้นโครงสร้างตามตัวชี้วัดและเนื้อหาที่ค่อนข้างตายตัว ขณะที่หลักสูตร 2567 ให้ความสำคัญกับตัวผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง บูรณาการความรู้ ทักษะ และเจตคติ เข้าด้วยกัน มุ่งสู่ผลลัพธ์การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจริง สามารถยืดหยุ่นตามบริบทของพื้นที่ ไม่จำเป็นต้องใช้เนื้อหาเดียวกันทุกแห่ง แต่ต้องนำไปสู่คุณภาพและสมรรถนะของผู้เรียนอย่างแท้จริง
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของการประชุม คือการเทียบโอนประสบการณ์ โดยเฉพาะกลุ่มทหารกองประจำการ ซึ่งอธิบดี สกร. ยืนยันว่า การเทียบโอนจะต้องคงไว้ซึ่งคุณภาพและมาตรฐาน เพราะการฝึกทางทหารเป็นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง มีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ และทักษะเชิงสมรรถนะที่ชัดเจน สอดคล้องกับแนวทางของหลักสูตร 2567 ที่ลดความซ้ำซ้อนของเนื้อหา และเพิ่มพื้นที่ให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนทักษะผ่านกระบวนการ Active Learning มากขึ้น
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เตรียมวางแผนการประชุมใหญ่ในวันที่ 9–10 พฤษภาคม 2569 เพื่อซักซ้อมความเข้าใจ มอบหมายภารกิจ และกำหนดแนวทางปฏิบัติให้แต่ละหน่วยงานเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีเป้าหมายให้จังหวัดนำร่องเพิ่มเติม 12 จังหวัด และหน่วยทหาร 127 หน่วย สามารถปรับตัวเข้าสู่ระบบการเรียนรู้รูปแบบใหม่ ทั้งแบบ On-site และ Online ได้อย่างเหมาะสม พร้อมขับเคลื่อนการประชาสัมพันธ์เชิงรุกผ่านสื่อ Info Graphics เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน และสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของ สกร. ที่เดินหน้าอย่างมั่นใจ โปร่งใส และมุ่งคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ
0:00
0:00
/
0:00
0:00
/
0:00