สมาพันธ์ข้าราชการครูภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หารือขับเคลื่อนแก้หนี้ครูเชิงระบบ พร้อมเสนอแก้อัตราดอกเบิ้...
- ข่าวการศึกษา
- สมาพันธ์ข้าราชการครูภาคตะวันออกเฉียงเหนื...
สมาพันธ์ข้าราชการครูภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หารือขับเคลื่อนแก้หนี้ครูเชิงระบบ พร้อมเสนอแก้อัตราดอกเบิ้ย
2026-05-06 08:25:09

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) เป็นผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้การต้อนรับสมาพันธ์ข้าราชการครูภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมี นายภาควัต ศรีสุรพล เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศธ.) เป็นประธานให้การต้อนรับและร่วมหารือ ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ
สำหรับการหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ ในครั้งนี้ ได้มีการเชื่อมโยงนโยบายระดับชาติภายใต้การกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศธ.) ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตครูควบคู่กับการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ ขณะที่ สพฐ. โดยการนำของนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ย้ำจุดเน้นสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สินครูว่า ต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งมิติการลดภาระหนี้ การปรับโครงสร้างหนี้ และการสร้างกลไกช่วยเหลือเชิงรุกในระดับพื้นที่ เพื่อให้ครูสามารถดำรงชีพได้อย่างเหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูต้องยึด “คน” เป็นศูนย์กลางของการดำเนินงาน โดยต้องใช้ความเข้าใจ ความเอาใจใส่ และการทำงานด้วยหัวใจควบคู่กับกรอบกฎหมาย เพื่อคืนความสุขและศักดิ์ศรีให้แก่ครู พร้อมทั้งส่งเสริมให้ครูมีวินัยทางการเงิน รู้จักการวางแผนการเงิน การออม และการลงทุน เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตหลังเกษียณ นอกจากนี้ ยังได้ขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับกระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในการบูรณาการความร่วมมือผ่านกิจกรรม “มหกรรมแก้หนี้สินครัวเรือนและยุติธรรมพบประชาชน ประจำปี 2569” เพื่อให้ครูสามารถเข้าถึงการช่วยเหลือด้านกฎหมาย การไกล่เกลี่ย และการคุ้มครองสิทธิได้อย่างเป็นรูปธรรม
ด้าน นายพลพิพัฒน์ วัฒนเศรษฐานุกุล ผู้อำนวยการศูนย์ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา (ศนค.) ได้กล่าวถึงการดำเนินงานของ “สถานีแก้หนี้ครู” ว่า ได้มีการลงพื้นที่ขับเคลื่อนการทำงานอย่างต่อเนื่องในหลายจังหวัด โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ครู สถาบันการเงิน และหน่วยงานด้านยุติธรรม เพื่อยกระดับการช่วยเหลือครูให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากทีมงานและที่ปรึกษา อาทิ นายณรินทร์ ชำนาญดู ที่ปรึกษา ศนค. ในการร่วมลงพื้นที่ ถ่ายทอดแนวทาง และพัฒนาศักยภาพของสถานีแก้หนี้ครูในจังหวัดต่าง ๆ ให้สามารถช่วยเหลือครูได้อย่างตรงจุดและสอดคล้องกับสภาพปัญหาในแต่ละพื้นที่
ในส่วนของสมาพันธ์ข้าราชการครูภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้สะท้อนข้อเสนอเชิงนโยบายที่สำคัญเพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยเรียกร้องให้มีการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสหกรณ์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมไม่เกินร้อยละ 4.75 พร้อมเสนอให้มีการสนับสนุนแหล่งทุนต้นทุนต่ำจากสถาบันการเงินของรัฐ เพื่อให้สามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังเสนอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศจัดลำดับการหักชำระหนี้ให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เพื่อให้การลดหนี้ในระบบเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการเร่งผลักดันกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะการแก้ไขผลกระทบกรณีครูถูกฟ้องล้มละลายจากหนี้สินทั่วไป และเสนอแนวคิดการจัดตั้ง “สหกรณ์กลาง” เพื่อเป็นกลไกเชิงระบบในการรวมหนี้และลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว
ทั้งนี้ สพฐ. และสมาพันธ์ข้าราชการครูภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เห็นพ้องร่วมกันในการเดินหน้าขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับกระทรวง จังหวัด และเขตพื้นที่การศึกษา ผ่านกลไก “สถานีแก้หนี้ครู” ให้เป็นศูนย์กลางการช่วยเหลือรายกรณีอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งร่วมกันผลักดันมาตรการลดหนี้เชิงระบบ การพัฒนาระบบข้อมูล และการเสริมสร้างความรู้ทางการเงินให้แก่ครูอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูไม่เป็นเพียงการช่วยเหลือเฉพาะหน้า แต่เป็นการวางรากฐานสู่ระบบคุ้มครองครูอย่างยั่งยืน อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตครูและความมั่นคงของระบบการศึกษาไทยในระยะยาว