รมช.อัครนันท์ กางวิสัยทัศน์ สกร. ยุคใหม่ปรับหลักสูตรเน้นปฏิบัติ ตอบโจทย์โลก AI–สร้างอาชีพ
- ข่าวการศึกษา
- รมช.อัครนันท์ กางวิสัยทัศน์ สกร. ยุคใหม่...
รมช.อัครนันท์ กางวิสัยทัศน์ สกร. ยุคใหม่ปรับหลักสูตรเน้นปฏิบัติ ตอบโจทย์โลก AI–สร้างอาชีพ โอบอุ้มเด็กนอกระบบสู่โอกาสทางการศึกษา
2026-05-22 07:41:13

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมไลฟ์สดทาง Facebook Live รายการ “ห้องเรียนอารมณ์ดี” ตอน “หมดกังวลเรื่องวุฒิและอาชีพ” ดำเนินรายการโดย ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ อินฟลูเอนเซอร์ด้านการศึกษา และครูมิกกี้ จิตปภา สุพันธะ พิธีกร
นายอัครนันท์ กล่าวถึงทิศทางการศึกษาไทยในยุคใหม่ว่า การเรียนรู้ต้องก้าวข้ามการท่องจำ ไปสู่การคิด วิเคราะห์ ลงมือทำ และเรียนรู้จากประสบการณ์จริง โดยเฉพาะในโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วจากเทคโนโลยี AI และ Cyber Security ผู้เรียนจำเป็นต้องมีทักษะที่ใช้ได้จริง สามารถปรับตัว และต่อยอดสู่อาชีพได้ทันที ในส่วนของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้กล่าวถึงแนวทางการปรับหลักสูตรจากเดิมที่มีจำนวนมากและซ้ำซ้อน ให้เหลือหลักสูตรที่กระชับ มีคุณภาพ ทันสมัย และตอบโจทย์ตลาดแรงงาน โดยเน้น Learning by Doing ลดทฤษฎีที่ไม่จำเป็น เพิ่มการปฏิบัติจริง พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงแรงงาน ภาคเอกชน และเครือข่าย เพื่อให้หลักสูตรเป็นที่ยอมรับและนำไปสู่การมีงานทำ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางการศึกษาที่ไร้รอยต่อและยืดหยุ่น โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เด็กและเยาวชนนอกระบบ ทหารกองประจำการ ผู้ต้องขัง และประชาชนที่ต้องการยกระดับวุฒิการศึกษา ผ่านการเทียบโอนประสบการณ์และการสะสมหน่วยกิต เพื่อให้ทุกคนสามารถกลับเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้และมีอนาคตที่ดีขึ้น
“ในสภาวะปัจจุบันที่มีปัญหาทั้งเศรษฐกิจและสังคม ส่งผลให้เด็กและเยาวชนจำนวนหนึ่งหลุดออกจากระบบการศึกษา นโยบายสำคัญคือการโอบอุ้มคนเหล่านี้ให้กลับเข้าสู่การเรียนรู้ และทำให้ดีที่สุดเพื่อให้เขามีอนาคตที่ดีขึ้น”
ช่วงท้าย นายอัครนันท์ได้กล่าวชื่นชมผู้บริหาร ข้าราชการ ครู และบุคลากรที่ทุ่มเททำงานเพื่อประชาชน พร้อมสะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนาโครงสร้างองค์กรให้มีความมั่นคงและเอื้อต่อความก้าวหน้าของบุคลากร รวมทั้งชื่นชม ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ที่สามารถประสานพลังเครือข่ายขับเคลื่อนภารกิจตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ได้อย่างต่อเนื่อง แม้ภารกิจจะมีขนาดใหญ่และมีข้อจำกัดด้านทรัพยากร โดยมุ่งสร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง