ผนึกกำลัง 4 กระทรวง! ศธ. ลุยแผนความปลอดภัยโรงเรียนแห่งชาติ

ผนึกกำลัง 4 กระทรวง! ศธ. ลุยแผนความปลอดภัยโรงเรียนแห่งชาติ ย้ำ “ลูกหลานต้องปลอดภัยในรั้วโรงเรียน”
2026-08-08 16:24:38
img-news

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.), นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รง.), นายนิกร โสมกลาง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), และกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมหารือและแถลงแนวทางยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างครอบคลุมทุกมิติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชน

นายยศชนัน กล่าวว่า หลังจากได้หารือความปลอดภัยในสถานศึกษาในทุกมิติ โดยได้ข้อสรุปเพื่อสื่อสารให้สื่อมวลชนและสาธารณชนได้รับทราบใน 2 ส่วนได้แก่ แผนระยะสั้น และแผนระยะยาว ที่เรียกว่า ร่างมาตรฐานความปลอดภัยโรงเรียนแห่งชาติ ภายใน 90 วัน
โดยแผนระยะสั้น จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับมาตรการเปิดเรียนอย่างปลอดภัยและเยียวยาสุขภาพจิตแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1323 ระบบแชท และนัดหมายพบจิตแพทย์ โดยมีนักจิตวิทยาประจำพื้นที่และเครือข่ายโรงพยาบาล อว. คอยดูแล พร้อมจัดส่งทีมอาสาสมัครสุขภาพจิตลงดูแลนักเรียน ครู และผู้ปกครองเชิงรุก ทั้งยังมีการจัดกิจกรรมวันเปิดเรียนตามมาตรฐานสากล ณ โรงเรียนที่เกิดเหตุ, การปิดห้องเรียนที่เกิดเหตุ, การเปิดพื้นที่ให้ผู้ปกครองเข้าสังเกตการณ์ลูกหลานได้ โดยต้องผ่านการลงทะเบียนเพื่อความปลอดภัย, การเปิดโอกาสให้ครูและนักเรียนที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจย้ายสถานศึกษาตามความเหมาะสม และการตั้งจุดคัดกรองความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดก่อนเข้าโรงเรียน
ในส่วนของแผนระยะยาว ร่างมาตรฐานความปลอดภัยโรงเรียนแห่งชาติ ภายใน 90 วัน เพื่อเตรียมเสนอ ครม. อนุมัติแผนมาตรฐานความปลอดภัยแห่งชาติเพื่อบังคับใช้ทุกกระทรวง โดยมีแนวทางหลักดังนี้
1. การตรวจคัดกรองสุขภาพจิตประจำ โดย สพฐ. และกรมสุขภาพจิต ประเมินสุขภาพจิตครูและนักเรียนอย่างสม่ำเสมอ
2. การส่งต่อนักเรียนกลุ่มเสี่ยง เชื่อมโยงระบบคัดกรองไปสู่การรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญอย่างมีประสิทธิภาพ
3. Train the Trainer สำหรับอาจารย์แนะแนว อาจารย์ที่ปรึกษา สามารถคัดกรองสุขภาพจิตนักเรียนและปฐมพยาบาลทางใจเบื้องต้นได้
4. ช่องทางแจ้งเหตุผ่านศูนย์พิทักษ์สิทธิ (Traffy Fondue)
5. การฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัดเป็นประจำสม่ำเสมอ การติดตั้งและปรับปรุงระบบ CCTV เพิ่มการเฝ้าระวังความปลอดภัยในจุดเสี่ยง
6. มาตรการ Zero tolerance ไม่เพิกเฉยต่อการกลั่นแกล้งในโรงเรียน พร้อมสร้างความผูกพันอันดีระหว่างครูกับนักเรียน
7. ศธ. เตรียมออกประกาศอย่างเป็นทางการในการตรวจคัดกรองบุคคลภายนอกและสิ่งผิดกฎหมาย
8. ส่งเสริมคุณธรรม และความผูกพันระหว่างครูกับนักเรียน
ด้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศธ. กล่าวว่า ในนามกระทรวงศึกษาธิการ ขอแสดงความห่วงใยและเสียใจอย่างลึกซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมให้กำลังใจทุกฝ่ายให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบาก โดยขณะนี้ผมได้นัดประชุมด่วนทั้งแบบออนไซต์และออนไลน์ผ่านระบบ Zoom meeting ในเวลา 14.30 น. ครอบคลุมสถานศึกษาในสังกัด สพฐ., สอศ., สช. (โรงเรียนเอกชน) และ สกร. ทั่วประเทศ เพื่อชี้แจงแนวทางมาตรการความปลอดภัย พร้อมเตรียมประกาศและรายละเอียดมาตรการเข้มงวดเพิ่มเติมโดยเร็ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครอง ครู และนักเรียน
ขณะที่ทางกรมสุขภาพจิต ได้ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดูแลเด็กและเยาวชนว่า เน้นย้ำการมีส่วนร่วมตั้งแต่ระดับครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และเครือข่ายผู้ปกครองในการสังเกตพฤติกรรมเยาวชน พร้อมต่อยอดกับระบบ HERO OBEC Care ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ที่จะต้องขยายให้ครอบคลุมโรงเรียนมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมโรงเรียน สพฐ.แล้วกว่า 85% เพื่อให้ครูประเมินและช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยงได้ตรงจุด นอกจากนี้ ได้ฝากให้ส่งการสื่อสารแบบ Two-way Communication เน้นสร้างพื้นที่ปลอดภัยและการสื่อสารแบบสองทาง ให้เด็กมีคนที่ไว้วางใจในการพูดคุยระบายปัญหา แทนการเสพสื่อหรือสื่อสารทางเดียว

0:00
0:00
/
0:00
0:00
/
0:00