สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา มั่นใจหลังย้ายมาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการจะเป็นผลดี

09-08-2561

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา มั่นใจหลังย้ายมาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการจะเป็นผลดี

   รองศาสตราจารย์ ดร. ณมน จีรังสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. เปิดเผยว่า ตามประกาศพระราชกฤษฎีกา จัดตั้ง สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. ฉบับที่ 3 พ.ศ.2561 มีสาระสำคัญคือ สมศ.จะต้องเปลี่ยนการกำกับดูแล จากเดิมที่อยู่ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มาอยู่ในกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่ง สมศ. ยืนยันว่าไม่กระทบต่อการประเมินคุณภาพภายนอกของ สมศ. เพราะยังต้องดำเนินงานตามภารกิจที่ได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ คือมุ่งยกระดับคุณภาพผู้เรียนและมาตรฐานการศึกษาให้ทัดเทียมกับนานาชาติ และยังต้องประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 ซึ่งมีสถานศึกษาต้องรับการประเมินกว่า 59,000 แห่ง ทั่วประเทศ แบ่งเป็น 4 ระดับ ได้แก่ การศึกษาปฐมวัย จำนวนกว่า 21,500 แห่ง การศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวนกว่า 36,800 แห่ง ด้านการอาชีวศึกษา จำนวนกว่า 780 แห่ง และระดับอุดมศึกษา จำนวนกว่า 260 แห่ง

   ทั้งนี้ การที่ สมศ. มาอยู่ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ จะมีข้อดีคือ เมื่อ สมศ.ได้มีการรายงานผลการประเมินภายนอกของสถานศึกษาให้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รับทราบแล้วจะสามารถมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัด นำผลการประเมิน และข้อเสนอแนะไปปรับปรุงและพัฒนาสถานศึกษาได้รวดเร็วขึ้น และในการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 นั้น สมศ. ยังได้กำหนดกรอบการประเมินไว้ดังนี้ การประเมินภายนอกจะต้องสอดคล้องกับประกันคุณภาพภายใน และนโยบายปฏิรูปการศึกษาของรัฐบาล ยุทธศาสตร์ และแผนการศึกษาของชาติ รวมทั้งระดับสากล / การประเมินจะต้องไม่เพิ่มภาระด้านเอกสารของสถานศึกษาและ / ในการประเมินนั้นจะไม่มีการรับรองหรือไม่รับรองสถานศึกษา แต่เป็นการประเมินคุณภาพภายนอกเพื่อเป็นการพัฒนาสถานศึกษาตามบริบทของสถานศึกษานั้นๆ รวมทั้งสมศ. เน้นการทำงานร่วมกันกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด